ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org

เว็บไซต์วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org
มีความมุ่งมั่นเเละตั้งใจในการเผยแพร่เรื่องราวความรู้ความเข้าใจในการสร้างสรรค์สังคมด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคมกฎหมายและการปกครอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป
มองโลก มองความยั่งยืน
จบปริญญาโท กฎหมายสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อดีตสมาชิกในบ้านพิษณุโลกมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีประสบการณ์พัฒนานโยบายสาธารณะมาต่อเนื่อง เป็นนักกฎหมายที่เชื่อมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเเละมีอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์สังคมที่มีความเท่าเทียม การพัฒนาประเทศไทยให้มีความทันสมัย เจริญเติบโตควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป

ประชุม Visitor Economy ครั้งที่ 6: จาก “ข้อมูลที่มี” สู่ “ระบบที่ใช้ได้จริง” 

วันที่ 16 กันยายน 2569 จากการประชุม Visitor Economy ครั้งที่ 6: จาก “ข้อมูลที่มี” สู่ “ระบบที่ใช้ได้จริง” หลังการประชุมคณะทำงาน Visitor Economy ต่อเนื่องถึงครั้งที่ 6 ผมเห็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่า เรากำลังเคลื่อนจาก การสร้างความเข้าใจเรื่อง Visitor Economy ไปสู่การเชื่อมข้อมูล ความรู้ และการทำงานของแต่ละหน่วยงานให้เกิดผลจริง

การประชุมครั้งนี้มีสารตั้งต้นสำคัญหลายเรื่องที่เมื่อนำมาขมวดเข้าด้วยกัน เริ่มเห็นภาพของ Visitor Economy Intelligence Ecosystem ชัดขึ้น

อพท. นำเสนอประสบการณ์พัฒนาชุมชนและพื้นที่พิเศษ เช่น เกาะช้าง เกาะกูด และบ้านชากแง้ว ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยมี Area & Supply Knowledge อยู่จำนวนมาก แต่ความรู้เหล่านี้ควรถูกจัดระบบให้เชื่อมกับข้อมูลตลาดและพฤติกรรมผู้มาเยือนได้

ขณะที่งานวิจัย Data Mobility ของอาจารย์อั๋น จุฬาฯ แสดงให้เห็นว่า Mobile Data สามารถช่วยทำความเข้าใจการเคลื่อนที่ พฤติกรรม และ Customer/Visitor Insights ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า Data สามารถเปลี่ยนเป็น Intelligence เพื่อการตัดสินใจได้อย่างไร

จาก Data Mobility สู่ Intelligence Platform

ผมจึงเสนอว่า Data Mobility สามารถเป็น Strategic Entry Point ของ Visitor Economy Intelligence Platform และควรเสริมด้วย EDI / Data Exchange Architecture เพื่อให้ข้อมูลจาก TAT อพท. จังหวัด ภาคธุรกิจ งานวิจัย และแหล่งข้อมูลภายนอก สามารถแลกเปลี่ยนกันภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

โจทย์จึงไม่ใช่การสร้างฐานข้อมูลใหม่อีกหนึ่งฐาน แต่คือ

Data → Exchange → Intelligence → Decision → Action

เป้าหมายของ Intelligence ตามกรอบคณะทำงานก็ครอบคลุมการเชื่อม Visitor, Spending, Movement, Experience และ Resident Sentiment อยู่แล้ว Thailand Creative Visitor Economy 10Slides 3.pptx

ข้อเสนอ ททท.: ซื้อ Data ครั้งเดียว ให้ภาครัฐใช้ร่วมกัน

อีกข้อเสนอของ ททท. ที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญมาก คือ รัฐบาลควรมีหน่วยงานตัวแทนรวบรวมความต้องการของหน่วยงานรัฐ แล้ว เจรจาซื้อ Commercial Data จากภาคเอกชน เช่น Mobile Data ในลักษณะ National Data Package

แทนที่จะให้ TAT อพท. จังหวัด มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานอื่นต่างคนต่างซื้อข้อมูลประเภทเดียวกัน รัฐสามารถใช้ขนาดของความต้องการรวมเพื่อเจรจา ราคา มาตรฐานข้อมูล เงื่อนไขการใช้งาน และสิทธิการเข้าถึงร่วมกัน

หลักคิดสรุปได้ว่า

Buy Once • Standardize Once • Use Many

ประโยชน์จึงไม่ใช่เพียง ประหยัดงบประมาณและลดการซื้อข้อมูลซ้ำซ้อน แต่ยังทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้ข้อมูลบนมาตรฐานเดียวกัน สามารถเชื่อมข้อมูล วิเคราะห์ร่วมกัน และสร้าง Shared Intelligence ของประเทศได้

KOS: ทำให้งานวิจัยไม่จบอยู่ที่รายงาน

อีกด้านหนึ่ง ประเทศไทยมีงานวิจัยจำนวนมาก แต่โจทย์คือทำอย่างไรให้ความรู้นั้นถูกนำไปใช้จริง ผมจึงเสนอให้นำแนวคิด Knowledge Operations System (KOS) ไปหารือกับแผน SAT ของ สกสว.

จากเดิม

Research → Report → Archive

เปลี่ยนเป็น

Research → Knowledge → Intelligence → Action → Learning

เพื่อให้งานวิจัย ข้อมูล และบทเรียนจากพื้นที่ถูกนำกลับมาใช้ในการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง

ภาพใหญ่ที่เริ่มชัดหลังการประชุมครั้งที่ 6

เมื่อนำทั้งหมดมาประกอบกัน เราเริ่มเห็นโครงสร้างง่าย ๆ คือ

National Data Package
↓
EDI / Data Exchange
↓
Visitor Economy Intelligence Platform
↓
KOS — Knowledge Operations System
↓
Policy • Market • Business • Destination Decisions
↓
Action & Learning

จากนี้การนำเสนอ TAT Intelligence Unit ที่มีอยู่จะเป็นอีกจุดสำคัญ เพื่อดูว่าอะไรสามารถต่อยอดและเชื่อมกับระบบนี้ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องสร้างทุกอย่างขึ้นใหม่

หลังการประชุม 6 ครั้ง ผมจึงมองว่าคณะทำงานกำลังเดินจาก

Concept Alignment → System Formation → Action

และตัวชี้วัดที่สำคัญต่อจากนี้อาจไม่ใช่เพียงว่า “คณะทำงานเสนออะไร” แต่คือ

“ข้อเสนอของคณะทำงานทำให้หน่วยงานเริ่มเปลี่ยนวิธีใช้ข้อมูล เชื่อมความรู้ และทำงานร่วมกันอย่างไร”

เมื่อถึงจุดนั้น Visitor Economy จะเริ่มเปลี่ยนจาก แนวคิด ไปสู่ ระบบการทำงานร่วมกันของประเทศ อย่างแท้จริงครับ