ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org

เว็บไซต์วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org
มีความมุ่งมั่นเเละตั้งใจในการเผยแพร่เรื่องราวความรู้ความเข้าใจในการสร้างสรรค์สังคมด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคมกฎหมายและการปกครอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป
มองโลก มองความยั่งยืน
จบปริญญาโท กฎหมายสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อดีตสมาชิกในบ้านพิษณุโลกมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีประสบการณ์พัฒนานโยบายสาธารณะมาต่อเนื่อง เป็นนักกฎหมายที่เชื่อมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเเละมีอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์สังคมที่มีความเท่าเทียม การพัฒนาประเทศไทยให้มีความทันสมัย เจริญเติบโตควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป

“โครงการสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นในการจัดการภัยพิบัติ” 

 

31 มี.ค. 2569 ณ ห้องประชุมโสมกิติยาภาฯ สำนักงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีความร่วมมือ 5 ฝ่าย ได้แก่

- มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
- เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
- เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติจากธรรมชาติ จ.นครศรีธรรมราช

ร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินงาน “โครงการสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นในการจัดการภัยพิบัติ” โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นไปตามตัวชี้วัดที่กำหนด สามารถต่อยอด ขยายผล และพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการภัยพิบัติของเครือข่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรม หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานอาสาสมัครทั่วไปจำนวน 500 คน และอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมหลักสูตรอาสาสมัครเชี่ยวชาญจำนวน 71 คน

ทั้งนี้ ชุมชนได้มีการนำนวัตกรรมกระบวนการจัดการภัยพิบัติ 8 ระบบ มาประยุกต์ใช้ในการจัดการภัยพิบัติ พร้อมทั้งได้มีการสร้างเครือข่ายชุมชนครอบคลุม 28 พื้นที่ ใน 4 ภูมิภาค เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้ยกระดับเครือข่ายชุมชนสู่การเป็นศูนย์การจัดการภัยพิบัติระดับตำบล เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอบรม โดยใช้หลักสูตรการฝึกอบรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพในพื้นที่

สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป ได้กำหนดเป้าหมายการขยายผลเพิ่มอีก 40 ตำบล ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมทั้งพัฒนาชุมชนต้นแบบ 28 พื้นที่ เพื่อยกระดับให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมในการจัดการภัยพิบัติระดับภาค อย่างน้อยภูมิภาคละ 1 แห่ง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน