ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ เรียกร้องรัฐบาลชุดใหม่ปลุกชีพร่างกฎหมายอากาศสะอาด

ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ เรียกร้องรัฐบาลชุดใหม่ปลุกชีพร่างกฎหมายอากาศสะอาด และ PRTR ให้เดินหน้ากลับเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ ก่อนจะเลยระยะเวลา 60 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร เปิดเผยกับ Next News ว่า ขณะนี้มีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่สำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่ควรต้องเร่งหยิบมาผลักดัน คือ ร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ.... หรือ ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด และร่างพ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. …. หรือ ร่าง พ.ร.บ. PRTR (Pollutant Release and Transfer Register)
นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดผ่านสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระรวด และผ่านวาระ 1 ในชั้นวุฒิสภาแล้ว การจะผลักดันร่างกฎหมายให้เดินหน้าต่อตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่มีอำนาจในการร้องขอให้รัฐสภานำร่างกฎหมายกลับมาพิจารณาต่อภายใน 60 วัน หลังประชุมรัฐสภานัดแรก
"เมื่อมีการประชุมรัฐสภานัดแรก เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ก็เท่ากับผ่านมา 10 วันแล้ว กว่าจะมี ครม.ชุดใหม่หลังแถลงนโยบายรัฐบาลในช่วงเดือนเมษายนก็ชัดว่าเวลาเหลือน้อยแล้วที่รัฐบาลจะส่งหนังสือถึงประธานรัฐสภาเพื่อนำร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับมาเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการเพื่อเดินหน้าต่อ อย่างร่างกฎหมาย PRTR จะได้ไม่ต้องรับหลักการใหม่ ในขณะที่ร่างกฎหมายอากาศสะอาดก็อยู่ในชั้นกรรมาธิการวุฒิฯ แล้ว"
ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ กล่าวอีกว่า ขอให้รัฐบาลใหม่ปลุกชีพร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับซึ่งมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะร่างกฎหมายอากาศสะอาด ดังนั้น ฝ่ายข้าราชการประจำจะต้องเตรียมการเพื่อให้มีการบรรจุระเบียบวาระเรื่องนี้เข้าสู่ ครม.ให้เร็วที่สุด อย่างเช่น สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่สนับสนุนกฎหมายนี้ และปลัดกระทรวง ทส. โดยกรมควบคุมมลพิษที่แม้จะไม่ใช่เจ้าของเรื่องโดยตรง แต่จะต้องเตรียมข้อมูลเพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คนใหม่เร่งเสนอเรื่องนี้เข้า ครม.ทันทีที่เริ่มทำงานในวันแรก "
ในงาน Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นที่อิมแพคเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 20-21 มกราคม 2569 มีสภาลมหายใจทุกภาคเข้าร่วม รวมทั้งทุกพรรคการเมือง ไม่มีพรรคไหนเห็นต่างที่จะสนับสนุนเรื่องอากาศสะอาด โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส.ที่มาเป็นประธานในพิธีเปิดก็เห็นความสำคัญของบทบาทสภาลมหายใจ และอยากสนับสนุนให้จัดตั้งสภาลมหายใจชลบุรีและระยองด้วย ฉะนั้นถ้ารัฐมนตรี ทส.เป็นคนเดิม ฝ่ายข้าราชประจำก็ไม่ต้องรอ สลค.(สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี)" นายวีระศักดิ์ กล่าว สำหรับความสำคัญของร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. และร่างพ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. …. หรือ ร่าง พ.ร.บ. PRTR ซึ่งตกไปหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้กฎหมายทั้ง 2 ฉบับที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของรัฐสภาไม่ได้ไปต่อ ทั้งนี้ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีร่างกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้ไปต่อ 4 ฉบับ ประกอบด้วย
1.ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มีความสำคัญมากเนื่องจาก ปัจจุบันปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังมีความรุนแรง กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการควบคุมและลดมลพิษอากาศจากแหล่งกำเนิด โดยจะสร้างกลไกให้ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่ายเงินเข้ากองทุนอากาศสะอาด
2.ร่างกฎหมาย PRTR มุ่งเปิดเผยข้อมูลสารมลพิษในพื้นที่ชุมชน หรือแหล่งปล่อยสารพิษ และเคลื่อนย้ายสารมลพิษ โดยกฎหมายจะบังคับให้โรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งกำเนิดมลพิษอื่นๆ ต้องรายงานข้อมูลการปล่อยสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (อากาศ น้ำ ดิน) รวมถึงการเคลื่อนย้ายของเสีย เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินในการเลือกที่พักอาศัยหรือทำกิจกรรมอื่นได้โดยง่าย
3. ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ หรือกฎหมายโลกร้อน ซึ่ง ครม. เห็นชอบไปเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 และอยู่ระหว่างการจัดรับฟังความคิดเห็นโดยมีความคาดหวังจะมีผลบังคับใช้ประมาณต้นปี 2569 หลังจากประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นจากปี 2065 เป็นปี 2050
4.ร่าง พ.ร.บ.พื้นที่ชุ่มน้ำ กฎหมายฉบับนี้อยู่ระหว่างการจัดรับฟังความเห็น โดยมุ่งอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน มีการจัดทำรายการพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งชาติ กำหนดให้มีคณะกรรมการพื้นที่ชุ่มน้ำจังหวัด ฯลฯ
ติดตามต่อได้ที่: https://nextnewsth.com/th/public-policy/environment/69c3b64097e1558f4b9920e2
