ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org

เว็บไซต์วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org
มีความมุ่งมั่นเเละตั้งใจในการเผยแพร่เรื่องราวความรู้ความเข้าใจในการสร้างสรรค์สังคมด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคมกฎหมายและการปกครอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป
มองโลก มองความยั่งยืน
จบปริญญาโท กฎหมายสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อดีตสมาชิกในบ้านพิษณุโลกมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีประสบการณ์พัฒนานโยบายสาธารณะมาต่อเนื่อง เป็นนักกฎหมายที่เชื่อมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเเละมีอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์สังคมที่มีความเท่าเทียม การพัฒนาประเทศไทยให้มีความทันสมัย เจริญเติบโตควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป

The Leader Insight จุดตัดรถไฟ-ถนน ในมาตรฐานสากล (OECD)

 

จุดตัดรถไฟ-ถนน ในมาตรฐานสากล (OECD) https://youtu.be/spGF3nT5ufc

วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๓๐ น. The Leader Insight จุดตัดรถไฟ-ถนน ในมาตรฐานสากล (OECD) โดย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรมว.ท่องเที่ยวและกีฬาฯ รายการ The Leader Insight ดำเนินรายการโดย จิระ ห้องสำเริง

ฟังทางวิทยุ ร.ด.F.M.๙๖.๐ และ ออนไลน์ที่ www.zaabnews.com

Facebook @zaabnewsRadio

Youtube: www.youtube.com/@LeaderView

ชมย้อนหลังที่ www.leaderview.co

 

สรุป ยกระดับความปลอดภัยจุดตัดรถไฟไทยสู่มาตรฐานสากล: บทเรียนราคาแพงจากอุบัติเหตุกลางกรุง

บทนำ

จากอุบัติเหตุรถไฟชนรถประจำทางที่เกิดขึ้นล่าสุด สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื้อรังด้านความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงความผิดพลาดส่วนบุคคลของพนักงานขับรถ แต่ยังบ่งบอกถึงความบกพร่องของ "ระบบ" การจัดการที่ยังไม่เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยเฉพาะในปัจจุบันที่รัฐบาลไทยมีนโยบายเข้าเป็นสมาชิก OECD ความจำเป็นในการปรับปรุงจุดตัดทางรางจึงกลายเป็นวาระสำคัญที่ไม่อาจเพิกเฉยได้

ประเด็นสำคัญ

  • สถิติความเสี่ยงของจุดตัดทั่วประเทศ: ปัจจุบันประเทศไทยมีจุดตัดทางรถไฟรวมทั้งสิ้น 2,639 จุด ในจำนวนนี้มี "ทางลักผ่าน" หรือทางที่ไม่ได้รับอนุญาตถึง 686 จุด หากหักส่วนที่เป็นทางต่างระดับออก จะเหลือจุดตัดเสมอระดับที่สร้างความเสี่ยงสูงถึงกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ
  • มาตรฐาน OECD และแนวทาง Vision Zero:
    • การแยกต่างระดับ (Grade Separation): ในพื้นที่เขตเมืองต้องขจัดจุดตัดเสมอระดับโดยการสร้างสะพานข้ามหรืออุโมงค์ลอด
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ: สำหรับจุดที่ยังเป็นทางเสมอระดับ ต้องใช้แผงกั้นเต็มรูปแบบ (Full Barrier) ปิดทุกด้าน และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ฝ่าฝืน
    • เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์: การกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบในระดับสากลเพื่อเก็บสถิติและผลักดันนโยบายที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก (Safe System Approach)
  • ข้อจำกัดทางเทคนิคและระยะเบรก: รถไฟขบวนสินค้าที่มีโบกี้จำนวนมาก (เช่น 30 โบกี้) แม้วิ่งด้วยความเร็วต่ำเพียง 35 กม./ชม. แต่ต้องใช้ระยะทางในการเบรกถึง 150-400 เมตร เนื่องจากโมเมนตัมของน้ำหนักบรรทุกและความหน่วงของระบบลมเบรก ดังนั้นการเริ่มเบรกในระยะกระชั้นชิดจึงไม่สามารถป้องกันการปะทะได้
  • ความรับผิดชอบเชิงระบบและผู้บังคับบัญชา: กรณีพนักงานขับรถไม่มีใบอนุญาตและมีสารเสพติด ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการควบคุมดูแลของหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งในระดับสากล ผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่าเพียงการเยียวยาด้วยตัวเงิน
  • วัฒนธรรมการใช้ถนน: กฎหมายกำหนดให้รถยนต์ต้องหยุดห่างจากรางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร แต่ในทางปฏิบัติมักพบการจอดคร่อมรางหรือการพยายามขับซิกแซกผ่านไม้กั้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่พบเห็นได้ทั่วไปในไทย

บทสรุป

การแก้ปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดรถไฟอย่างยั่งยืน ต้องเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นไปที่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว มาเป็นการปฏิรูประบบความปลอดภัยในระดับโครงสร้างตามมาตรฐานสากล OECD ทั้งด้านวิศวกรรมทางม้าลายและจุดตัด การนำเทคโนโลยีตรวจจับอัตโนมัติมาใช้ และการสร้างความรับผิดชอบอย่างจริงจังในระดับผู้บริหารองค์กร เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคม "Vision Zero" ที่ความปลอดภัยในชีวิตต้องมาก่อนความสะดวกหรือความประหยัดงบประมาณ