ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org

เว็บไซต์วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org
มีความมุ่งมั่นเเละตั้งใจในการเผยแพร่เรื่องราวความรู้ความเข้าใจในการสร้างสรรค์สังคมด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคมกฎหมายและการปกครอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป
มองโลก มองความยั่งยืน
จบปริญญาโท กฎหมายสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อดีตสมาชิกในบ้านพิษณุโลกมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีประสบการณ์พัฒนานโยบายสาธารณะมาต่อเนื่อง เป็นนักกฎหมายที่เชื่อมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเเละมีอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์สังคมที่มีความเท่าเทียม การพัฒนาประเทศไทยให้มีความทันสมัย เจริญเติบโตควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป

The Leader Insight "ร่างกม.ค้างท่อ ๓๑ ฉบับ กลับสู่สภา"

https://www.youtube.com/watch?v=yom3T_j_POQ

The Leader Insight "ร่างกม.ค้างท่อ ๓๑ ฉบับ กลับสู่สภา" โดย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สภาลมหายใจกรุงเทพ มุมมองของผู้นำตัวจริง @LeaderView จุดประกายความคิดเพื่อธุรกิจ และสังคม รายการ The Leader Insight วันพฤหัสบดีที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๓๐ น.

ดำเนินรายการโดย จิระ ห้องสำเริง ฟังทางวิทยุ ร.ด.F.M.๙๖.๐ และ

ออนไลน์ที่ www.zaabnews.com

Facebook @zaabnewsRadio

บทสรุป

คณะรัฐมนตรี มีมติชุบชีวิตร่างกฎหมาย 31 ฉบับที่ค้างมาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว และต้องตกไปเนื่องจากการยุบสภา โดยใช้กลไกตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้ ครม. ต้องแจ้งกลับไปยังรัฐสภาภายใน 60 วันหลังการเลือกตั้ง ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 12 พฤษภาคม และ ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมให้ดำเนินการ ส่งผลให้ร่างกฎหมายเหล่านี้กลับมาพิจารณาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายบางฉบับที่เสนอโดยภาคประชาสังคม เช่น พ.ร.บ. การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PRTR) ไม่ได้รับการชุบชีวิต เนื่องจาก ครม. ถือว่ากลไกนี้ใช้เฉพาะกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเพราะเป็นกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

สำหรับร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งเป็นหนึ่งใน 31 ฉบับที่ได้รับการปัดฝุ่น ครม. ได้ตั้งข้อสังเกตจากส่วนราชการว่ายังขาดความชัดเจนและอาจซ้ำซ้อนกับการเรียกเก็บเงินกับกองทุนอื่น รวมถึงกองทุนอากาศสะอาดยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองการจัดตั้งทุนหมุนเวียน ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. กองทุนหมุนเวียน และมีประเด็นเรื่องความรับผิดทางอาญาที่สูงมากเมื่อเทียบกับกฎหมายต่างประเทศ

ขั้นตอนต่อไปคือการส่งร่างกฎหมายทั้ง 31 ฉบับกลับไปยังรัฐสภา (ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันของ ส.ส. และ ส.ว.) เพื่อลงมติว่าจะรับพิจารณาต่อหรือไม่ หากรับก็จะส่งไปตามขั้นตอนเดิมที่ค้างอยู่ก่อนยุบสภา ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามและแสดงออกถึงความต้องการให้กฎหมายเหล่านี้ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. อากาศสะอาด ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังและผ่านสภาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

 

สรุป ความคืบหน้า 31 ร่างกฎหมายค้างท่อ และอนาคตของร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

บทนำ

สรุปเนื้อหาจากการสัมภาษณ์คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ จากสภาลมหายใจกรุงเทพ ในรายการ The Leader Insight ดำเนินรายการโดยคุณจิระ ประเด็นหลักเกี่ยวกับการติดตามสถานะของร่างกฎหมายจำนวน 31 ฉบับที่เสนอโดยภาคประชาชน ซึ่ง "ตกไป" จากเหตุการณ์ยุบสภาในสมัยประชุมที่ผ่านมา โดยเน้นเจาะลึกไปที่ความคืบหน้าและอุปสรรคของ "ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด"

ประเด็นสำคัญ

1. กลไกการดึงกฎหมายกลับสู่สภาตามรัฐธรรมนูญ

  • ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 147 กำหนดว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ประสงค์จะนำร่างกฎหมายที่ตกไปจากการยุบสภากลับมาพิจารณาต่อ ต้องทำหนังสือแจ้งไปยังรัฐสภาภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก (ครบกำหนดในวันที่ 12 พฤษภาคม)
  • ข่าวดีเบื้องต้นคือ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ครม. มีมติอนุมัติให้ส่งร่างกฎหมายทั้ง 31 ฉบับ (รวมถึง พ.ร.บ. อากาศสะอาด) กลับไปยัง "รัฐสภา" เพื่อพิจารณา

2. ขั้นตอนต่อไป: รัฐสภาเป็นผู้ตัดสิน

  • การที่ ครม. ส่งเรื่องกลับไป ไม่ได้แปลว่ากฎหมายจะได้ไปต่อทันที ขั้นตอนต่อไปคือ รัฐสภา (การประชุมร่วมกันของ สส. และ สว.) ต้องลงมติเป็นรายฉบับว่า จะ "รับ" หรือ "ไม่รับ" ร่างกฎหมายทั้ง 31 ฉบับนี้ 
  • หากมีมติ "รับ": ร่างกฎหมายจะถูกส่งกลับไปพิจารณาต่อในขั้นตอนที่ค้างอยู่ (เช่น ส่งกลับไปสภาผู้แทนราษฎร หรือ วุฒิสภา ขึ้นอยู่กับว่าร่างนั้นค้างอยู่ที่ขั้นตอนใดก่อนยุบสภา)
  • หากมีมติ "ไม่รับ": ร่างกฎหมายนั้นจะตกไปอย่างสมบูรณ์ และภาคประชาชนจะต้องเริ่มกระบวนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายใหม่ตั้งแต่ต้น

3. กรณีเฉพาะ: อุปสรรคและข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

แม้ ครม. จะส่งร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด กลับเข้าสู่สภา แต่ได้แนบ "ข้อสังเกต" จากส่วนราชการ (ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อหน่วยงานชัดเจนในเอกสารเบื้องต้น แต่มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานด้านการเงินการคลัง) โดยมี 3 ประเด็นทักท้วงหลัก ได้แก่:

  • ความซ้ำซ้อนของการเก็บค่าธรรมเนียม: การเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาด ถูกมองว่ายังขาดความชัดเจน และอาจไปซ้ำซ้อนกับการเรียกเก็บเงินของกองทุนอื่นที่มีอยู่แล้ว
  • ขั้นตอนการตั้งกองทุนหมุนเวียน: ร่างกฎหมายนี้ระบุให้ตั้ง "กองทุนอากาศสะอาด" แต่ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมุนเวียน การจะตั้งกองทุนใดๆ ต้องผ่านการพิจารณาตกลงกับกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) ก่อน ซึ่งร่างฉบับนี้ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการดังกล่าว
  • บทลงโทษทางอาญาที่รุนแรง: มีข้อสังเกตว่าบทลงโทษทางอาญาสำหรับผู้ก่อมลพิษในร่างฉบับนี้ มีอัตราโทษที่สูงมากเมื่อเทียบเคียงกับกฎหมายของต่างประเทศ

(หมายเหตุจากวิดีโอ: ในช่วงต้นวิดีโอมีการกล่าวถึงร่างกฎหมาย PRTR หรือกฎหมายการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ ว่าได้ตกไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เนื่องจากเป็นร่างที่เสนอโดยภาคประชาชน ไม่ใช่ร่างของ ครม. จึงไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 147 ในรอบนี้)

บทสรุป

ทิศทางของร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด และร่างกฎหมายประชาชนอีก 30 ฉบับ ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แม้จะผ่านด่าน ครม. มาได้ แต่ข้อสังเกตทั้ง 3 ประเด็นจะเป็นข้อถกเถียงสำคัญในการอภิปรายของรัฐสภา หากรัฐสภา (โดยเฉพาะฝั่งรัฐบาล) มองว่าข้อสังเกตเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ ก็มีความเสี่ยงที่รัฐสภาจะลงมติ "ไม่รับ" ร่างกฎหมายดังกล่าว คุณวีระศักดิ์จึงเน้นย้ำให้ประชาชนร่วมกันจับตาดูการลงมติของรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้อย่างใกล้ชิด