The Leader Insight "ร่างกม.ค้างท่อ ๓๑ ฉบับ กลับสู่สภา"
https://www.youtube.com/watch?v=yom3T_j_POQ
The Leader Insight "ร่างกม.ค้างท่อ ๓๑ ฉบับ กลับสู่สภา" โดย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สภาลมหายใจกรุงเทพ มุมมองของผู้นำตัวจริง @LeaderView จุดประกายความคิดเพื่อธุรกิจ และสังคม รายการ The Leader Insight วันพฤหัสบดีที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๓๐ น.
ดำเนินรายการโดย จิระ ห้องสำเริง ฟังทางวิทยุ ร.ด.F.M.๙๖.๐ และ
ออนไลน์ที่ www.zaabnews.com
Facebook @zaabnewsRadio
บทสรุป
คณะรัฐมนตรี มีมติชุบชีวิตร่างกฎหมาย 31 ฉบับที่ค้างมาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว และต้องตกไปเนื่องจากการยุบสภา โดยใช้กลไกตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้ ครม. ต้องแจ้งกลับไปยังรัฐสภาภายใน 60 วันหลังการเลือกตั้ง ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 12 พฤษภาคม และ ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมให้ดำเนินการ ส่งผลให้ร่างกฎหมายเหล่านี้กลับมาพิจารณาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายบางฉบับที่เสนอโดยภาคประชาสังคม เช่น พ.ร.บ. การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PRTR) ไม่ได้รับการชุบชีวิต เนื่องจาก ครม. ถือว่ากลไกนี้ใช้เฉพาะกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเพราะเป็นกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ
สำหรับร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งเป็นหนึ่งใน 31 ฉบับที่ได้รับการปัดฝุ่น ครม. ได้ตั้งข้อสังเกตจากส่วนราชการว่ายังขาดความชัดเจนและอาจซ้ำซ้อนกับการเรียกเก็บเงินกับกองทุนอื่น รวมถึงกองทุนอากาศสะอาดยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองการจัดตั้งทุนหมุนเวียน ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. กองทุนหมุนเวียน และมีประเด็นเรื่องความรับผิดทางอาญาที่สูงมากเมื่อเทียบกับกฎหมายต่างประเทศ
ขั้นตอนต่อไปคือการส่งร่างกฎหมายทั้ง 31 ฉบับกลับไปยังรัฐสภา (ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันของ ส.ส. และ ส.ว.) เพื่อลงมติว่าจะรับพิจารณาต่อหรือไม่ หากรับก็จะส่งไปตามขั้นตอนเดิมที่ค้างอยู่ก่อนยุบสภา ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามและแสดงออกถึงความต้องการให้กฎหมายเหล่านี้ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. อากาศสะอาด ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังและผ่านสภาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ใ

สรุป ความคืบหน้า 31 ร่างกฎหมายค้างท่อ และอนาคตของร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด
บทนำ
สรุปเนื้อหาจากการสัมภาษณ์คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ จากสภาลมหายใจกรุงเทพ ในรายการ The Leader Insight ดำเนินรายการโดยคุณจิระ ประเด็นหลักเกี่ยวกับการติดตามสถานะของร่างกฎหมายจำนวน 31 ฉบับที่เสนอโดยภาคประชาชน ซึ่ง "ตกไป" จากเหตุการณ์ยุบสภาในสมัยประชุมที่ผ่านมา โดยเน้นเจาะลึกไปที่ความคืบหน้าและอุปสรรคของ "ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด"
ประเด็นสำคัญ
1. กลไกการดึงกฎหมายกลับสู่สภาตามรัฐธรรมนูญ
- ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 147 กำหนดว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ประสงค์จะนำร่างกฎหมายที่ตกไปจากการยุบสภากลับมาพิจารณาต่อ ต้องทำหนังสือแจ้งไปยังรัฐสภาภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก (ครบกำหนดในวันที่ 12 พฤษภาคม)
- ข่าวดีเบื้องต้นคือ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ครม. มีมติอนุมัติให้ส่งร่างกฎหมายทั้ง 31 ฉบับ (รวมถึง พ.ร.บ. อากาศสะอาด) กลับไปยัง "รัฐสภา" เพื่อพิจารณา
2. ขั้นตอนต่อไป: รัฐสภาเป็นผู้ตัดสิน
- การที่ ครม. ส่งเรื่องกลับไป ไม่ได้แปลว่ากฎหมายจะได้ไปต่อทันที ขั้นตอนต่อไปคือ รัฐสภา (การประชุมร่วมกันของ สส. และ สว.) ต้องลงมติเป็นรายฉบับว่า จะ "รับ" หรือ "ไม่รับ" ร่างกฎหมายทั้ง 31 ฉบับนี้
- หากมีมติ "รับ": ร่างกฎหมายจะถูกส่งกลับไปพิจารณาต่อในขั้นตอนที่ค้างอยู่ (เช่น ส่งกลับไปสภาผู้แทนราษฎร หรือ วุฒิสภา ขึ้นอยู่กับว่าร่างนั้นค้างอยู่ที่ขั้นตอนใดก่อนยุบสภา)
- หากมีมติ "ไม่รับ": ร่างกฎหมายนั้นจะตกไปอย่างสมบูรณ์ และภาคประชาชนจะต้องเริ่มกระบวนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายใหม่ตั้งแต่ต้น
3. กรณีเฉพาะ: อุปสรรคและข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด
แม้ ครม. จะส่งร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด กลับเข้าสู่สภา แต่ได้แนบ "ข้อสังเกต" จากส่วนราชการ (ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อหน่วยงานชัดเจนในเอกสารเบื้องต้น แต่มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานด้านการเงินการคลัง) โดยมี 3 ประเด็นทักท้วงหลัก ได้แก่:
- ความซ้ำซ้อนของการเก็บค่าธรรมเนียม: การเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาด ถูกมองว่ายังขาดความชัดเจน และอาจไปซ้ำซ้อนกับการเรียกเก็บเงินของกองทุนอื่นที่มีอยู่แล้ว
- ขั้นตอนการตั้งกองทุนหมุนเวียน: ร่างกฎหมายนี้ระบุให้ตั้ง "กองทุนอากาศสะอาด" แต่ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมุนเวียน การจะตั้งกองทุนใดๆ ต้องผ่านการพิจารณาตกลงกับกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) ก่อน ซึ่งร่างฉบับนี้ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการดังกล่าว
- บทลงโทษทางอาญาที่รุนแรง: มีข้อสังเกตว่าบทลงโทษทางอาญาสำหรับผู้ก่อมลพิษในร่างฉบับนี้ มีอัตราโทษที่สูงมากเมื่อเทียบเคียงกับกฎหมายของต่างประเทศ
(หมายเหตุจากวิดีโอ: ในช่วงต้นวิดีโอมีการกล่าวถึงร่างกฎหมาย PRTR หรือกฎหมายการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ ว่าได้ตกไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เนื่องจากเป็นร่างที่เสนอโดยภาคประชาชน ไม่ใช่ร่างของ ครม. จึงไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 147 ในรอบนี้)
บทสรุป
ทิศทางของร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด และร่างกฎหมายประชาชนอีก 30 ฉบับ ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แม้จะผ่านด่าน ครม. มาได้ แต่ข้อสังเกตทั้ง 3 ประเด็นจะเป็นข้อถกเถียงสำคัญในการอภิปรายของรัฐสภา หากรัฐสภา (โดยเฉพาะฝั่งรัฐบาล) มองว่าข้อสังเกตเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ ก็มีความเสี่ยงที่รัฐสภาจะลงมติ "ไม่รับ" ร่างกฎหมายดังกล่าว คุณวีระศักดิ์จึงเน้นย้ำให้ประชาชนร่วมกันจับตาดูการลงมติของรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้อย่างใกล้ชิด
