ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org

เว็บไซต์วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org
มีความมุ่งมั่นเเละตั้งใจในการเผยแพร่เรื่องราวความรู้ความเข้าใจในการสร้างสรรค์สังคมด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคมกฎหมายและการปกครอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป
มองโลก มองความยั่งยืน
จบปริญญาโท กฎหมายสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อดีตสมาชิกในบ้านพิษณุโลกมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีประสบการณ์พัฒนานโยบายสาธารณะมาต่อเนื่อง เป็นนักกฎหมายที่เชื่อมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเเละมีอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์สังคมที่มีความเท่าเทียม การพัฒนาประเทศไทยให้มีความทันสมัย เจริญเติบโตควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป

The Leader Insight ความหวังอากาศสะอาด หลังเลือกตั้ง

 

https://www.youtube.com/watch?v=YqoPSw89rtI

ความหวังอากาศสะอาด หลังเลือกตั้ง โดย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ

รายการ The Leader Insight วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๓๐ น. ดำเนินรายการโดย จิระ ห้องสำเริง

ฟังทางวิทยุ ร.ด.F.M.๙๖.๐ และออนไลน์ที่ www.zaabnews.com

Facebook @zaabnewsRadio

Youtube: www.youtube.com/@LeaderView

ชมย้อนหลังที่ www.SmeMedia.Com

.

.

 สรุปเนื้อหา

อาจารย์วีรศักดิ์ โคสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ประเมินสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และความหวังเรื่องอากาศสะอาดหลังการเลือกตั้ง โดยชี้ว่า แม้สถิติปีนี้ฝุ่นจะน้อยลงกว่าปีก่อน แต่ประชาชนตื่นตัวและกังวลมากขึ้น ปรากฏการณ์ "ฝุ่นพองตัว" เกิดจากความชื้นในอากาศไปเกาะฝุ่น ทำให้มองเห็นง่ายขึ้น แต่ปริมาณฝุ่นยังคงเท่าเดิมและยังไม่เป็นอันตรายหากหมอกจางไปเมื่อโดนแดด

สภาลมหายใจกรุงเทพฯ ร่วมกับ สสส. และเครือข่ายกว่า 50 องค์กร ได้จัดสัมมนาระดับชาติ 2 วัน โดยวันแรกเป็นการประชุมเชิงวิชาการเรื่องแหล่งกำเนิดฝุ่นต่าง ๆ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่าพันคน ส่วนวันที่สองจัดเวทีประชันนโยบายด้านอากาศสะอาด โดยเชิญตัวแทน 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาชน ภูมิใจไทย เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ และไทยก้าวใหม่ มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์

ผลลัพธ์ที่สำคัญจากเวทีนี้คือ ทั้ง 7 พรรคการเมืองได้แสดงเจตจำนงร่วมกันว่าจะสนับสนุนการชุบชีวิตร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่ตกไปหลังยุบสภา และร่างกฎหมาย PRTR (การเปิดเผยข้อมูลสารพิษ) ให้กลับมาพิจารณาในรัฐสภาภายใน 60 วันหลังมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งถือเป็นความหวังด้านกฎหมาย

นอกจากนี้ แต่ละพรรคยังนำเสนอแนวทางปฏิบัติเฉพาะหน้าเพื่อรับมือกับปัญหาฝุ่นในปีนี้ แม้กฎหมายใหม่จะยังไม่มีผลบังคับใช้ อาทิ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการติดตามภาวะอากาศและฝุ่นควัน การใช้แนวทางที่อิงวิชาการและประสบการณ์ต่างประเทศ รวมถึงการพิจารณาแผนการเงินการคลังด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการลดมลพิษ โดยไม่เน้นมาตรการลงโทษรุนแรง

อีกหนึ่งความหวังที่เกิดขึ้นคือการลงนามความร่วมมือระหว่างสภาลมหายใจประเทศไทย (กรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคอีสาน) กับสภาลมหายใจหลวงพระบาง (ลาว) และสภาลมหายหายใจคะเรนเนีย (เมียนมา) เพื่อจัดตั้ง "สภาลมหายใจลุ่มน้ำโขงตอนบน" โดยจะมีการประชุมประจำปี แลกเปลี่ยนข้อมูล และให้ความช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนในระดับภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นแนวทางที่รวดเร็วกว่าการรอการทำงานจากภาครัฐ

งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 1,500 คน และมีบูธนิทรรศการกว่า 60 บูธ สะท้อนถึงการตื่นตัวของภาคประชาสังคมและหน่วยงานต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนเรื่องอากาศสะอาด แม้ในช่วงรัฐบาลรักษาการ ท้ายที่สุด มีการอ่านแถลงการณ์ 8 ข้อจากผลการสัมมนา มอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อไปยังรัฐมนตรีคนใหม่หลังการเลือกตั้ง ถือเป็นก้าวสำคัญที่สร้างทั้งสีสัน ความหวัง และสาระ ในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ของประเทศไทย