The Leader Insight ความหวังอากาศสะอาด หลังเลือกตั้ง
https://www.youtube.com/watch?v=YqoPSw89rtI
ความหวังอากาศสะอาด หลังเลือกตั้ง โดย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ
รายการ The Leader Insight วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๓๐ น. ดำเนินรายการโดย จิระ ห้องสำเริง
ฟังทางวิทยุ ร.ด.F.M.๙๖.๐ และออนไลน์ที่ www.zaabnews.com
Facebook @zaabnewsRadio
Youtube: www.youtube.com/@LeaderView
ชมย้อนหลังที่ www.SmeMedia.Com
.
.
สรุปเนื้อหา
อาจารย์วีรศักดิ์ โคสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ประเมินสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และความหวังเรื่องอากาศสะอาดหลังการเลือกตั้ง โดยชี้ว่า แม้สถิติปีนี้ฝุ่นจะน้อยลงกว่าปีก่อน แต่ประชาชนตื่นตัวและกังวลมากขึ้น ปรากฏการณ์ "ฝุ่นพองตัว" เกิดจากความชื้นในอากาศไปเกาะฝุ่น ทำให้มองเห็นง่ายขึ้น แต่ปริมาณฝุ่นยังคงเท่าเดิมและยังไม่เป็นอันตรายหากหมอกจางไปเมื่อโดนแดด
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ ร่วมกับ สสส. และเครือข่ายกว่า 50 องค์กร ได้จัดสัมมนาระดับชาติ 2 วัน โดยวันแรกเป็นการประชุมเชิงวิชาการเรื่องแหล่งกำเนิดฝุ่นต่าง ๆ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่าพันคน ส่วนวันที่สองจัดเวทีประชันนโยบายด้านอากาศสะอาด โดยเชิญตัวแทน 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาชน ภูมิใจไทย เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ และไทยก้าวใหม่ มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์
ผลลัพธ์ที่สำคัญจากเวทีนี้คือ ทั้ง 7 พรรคการเมืองได้แสดงเจตจำนงร่วมกันว่าจะสนับสนุนการชุบชีวิตร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่ตกไปหลังยุบสภา และร่างกฎหมาย PRTR (การเปิดเผยข้อมูลสารพิษ) ให้กลับมาพิจารณาในรัฐสภาภายใน 60 วันหลังมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งถือเป็นความหวังด้านกฎหมาย
นอกจากนี้ แต่ละพรรคยังนำเสนอแนวทางปฏิบัติเฉพาะหน้าเพื่อรับมือกับปัญหาฝุ่นในปีนี้ แม้กฎหมายใหม่จะยังไม่มีผลบังคับใช้ อาทิ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการติดตามภาวะอากาศและฝุ่นควัน การใช้แนวทางที่อิงวิชาการและประสบการณ์ต่างประเทศ รวมถึงการพิจารณาแผนการเงินการคลังด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการลดมลพิษ โดยไม่เน้นมาตรการลงโทษรุนแรง
อีกหนึ่งความหวังที่เกิดขึ้นคือการลงนามความร่วมมือระหว่างสภาลมหายใจประเทศไทย (กรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคอีสาน) กับสภาลมหายใจหลวงพระบาง (ลาว) และสภาลมหายหายใจคะเรนเนีย (เมียนมา) เพื่อจัดตั้ง "สภาลมหายใจลุ่มน้ำโขงตอนบน" โดยจะมีการประชุมประจำปี แลกเปลี่ยนข้อมูล และให้ความช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนในระดับภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นแนวทางที่รวดเร็วกว่าการรอการทำงานจากภาครัฐ
งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 1,500 คน และมีบูธนิทรรศการกว่า 60 บูธ สะท้อนถึงการตื่นตัวของภาคประชาสังคมและหน่วยงานต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนเรื่องอากาศสะอาด แม้ในช่วงรัฐบาลรักษาการ ท้ายที่สุด มีการอ่านแถลงการณ์ 8 ข้อจากผลการสัมมนา มอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อไปยังรัฐมนตรีคนใหม่หลังการเลือกตั้ง ถือเป็นก้าวสำคัญที่สร้างทั้งสีสัน ความหวัง และสาระ ในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ของประเทศไทย

